วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2567

ชุดพระเครื่องครูบาคำ วัดศรีดอนตัน จังหวัดลำพูน

ชุดพระเครื่องครูบาคำ วัดศรีดอนตัน จังหวัดลำพูน


เรื่องราวความมหัศจรรย์ของหลวงปู่นั้นมีมากมาย ผู้เขียนขอเล่าให้ฟังสักสองเรื่อง คราหนึ่งท่านอาพาธและพี่เล็กสุรชัยโทรมาบอกผู้เขียนให้มาที่วัดด่วน หลวงปู่กำลังจะละสังขาร แต่พอผมมาถึงดอยยาว พี่เล็กก็โทรมาบอกว่า ไม่ต้องมาแล้ว หลวงปู่ฟื้นเป็นปกติแล้ว ผู้เขียนสงสัยในเรื่องนี้ ตอนหลังจึงย้อนไปหาข้อมูลที่วัดจึงทราบว่าหลวงปู่ท่านนอนอยู่ในกุฏิ มีคนไปพบท่านเรียกเท่าใดก็ไม่ยอมตื่น สุดท้ายหนานรัตน์หลานชายของท่านตัดสินใจตีระฆังส่งสัญญาณให้ชาวบ้านทราบ ท่านได้ยินเสียงระฆังจึงคืนสติมา ภายหลังลูกหลานซักถามท่านว่าหลวงปู่ไปไหนมา นอนนิ่งเงียบเป็นชั่วโมงเหมือนจะละสังขาร ท่านไม่ยอมพูดบ่นแต่เพียงว่ากำลังมีความสุขไม่น่ามาเรียกท่าน ต่อมาภรรยาของหนานรัตน์ไปรบเร้าถามท่านอีก ท่านคงรำคาญบอกเพียงสั้นๆ ว่า ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เกศแก้วจุฬามณี แล้วท่านก็ไม่พูดเรื่องนี้อีกเลย

ผู้ใดที่ไปวัดศรีดอนตันก็สอบถามพี่สุรชัยหรือพี่เล็กดูเพราะพี่เขาอยู่ในเหตุการณ์ครับ

หลายๆท่านที่เคยไปกราบหลวงปู่ที่วัดคงเคยเจอคล้ายๆ กับผู้เขียน คือท่านนอนเงียบอยู่ในห้อง ใครมาเรียกปลุกเช่นใดท่านก็ไม่ขานรับ หากเคยเห็นท่านตอนอาพาธจะรู้ ครั้งหนึ่งผมเคยเห็นเต็มสองตาเลย หลวงปู่ท่านนอนแล้วกำหนดจิตยุบหนอพองหนอ แค่ลมหายใจเข้าออกแค่สองครั้งเอง ทุกอย่างหยุดหมดเลย หูดับตาดับ ลมหายใจแผ่วจนแทบไม่มี นิ่งเงียบไปเลย ผมเคยถามครูอาจารย์ที่มีความรู้ทางกรรมฐาน ท่านบอกว่าการนิ่งไปบางครั้งจนเป็นวันเป็นคืน พระที่จะทำได้ต้องระดับอนาคามีเท่านั้น สำหรับหลวงปู่คำท่านจะถึงขั้นไหนนั้นผมว่าไม่มีใครรู้นอกจากท่านเท่านั้นเอง

อีกประการหลวงปู่เป็นพระแปลก เวลาจะทำอะไรมักเป็นปริศนา เช่นครั้งหนึ่ง พี่ดีหลานสาวมาเฝ้าท่าน หลวงปู่ไม่พูดอะไร ท่านทำมือในอากาศกวัดแกว่งแล้วทำเหมือนสวดบังสุกุล และบอกพี่ดีว่าหลวงปู่ทำพิธีให้แล้วให้นำผ้าไปถวายวัด พี่ดีก็ได้แต่งงประหลาดใจ เพราะท่านทำมือในอากาศ ไม่ได้ทำให้จริงเลย ผ้าบังสุกุลก็ไม่มี เย็นนั้นจึงถึงบางอ้อ ปริศนาถูกเฉลย ลูกชายของพี่ดีได้รับอุบัติเหตุถึงขนาดต้องเข้าห้องไอซียู อาการหนักจนหัวใจหยุดเต้น ต่อมาแพทย์ได้กู้ชีวิตคืนมา ตามร่างกายไม่ได้แตกหักรุนแรงเลย นี่คงเป็นเพราะหลวงปู่ท่านรู้ล่วงหน้า จึงบังสุกุลเป็นตายให้จนพ้นเคราะห์นั่นเอง

อีกครั้งหนึ่งเด็กวัยรุ่นจากบ้านแจ๋มชื่อแซม เคยมารับใช้หลวงปู่บ่อยๆ เขาเล่าให้ฟังว่า ก่อนหลวงปู้ละสังขารไม่นานท่านเคยบอกกับแซมว่า ครูบาวัดวังตอง (หลวงปู่ครูบาอินตา ธนักขันโธ วัดวังทอง ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน) มาเยี่ยมหลวงปู่เพิ่งเดินกลับไป ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเห็นครูบาวัดวังตองเลย ผมถามแซมว่าหลวงปู่เพ้อหรือไม่ เขาบอกว่าท่านปกติดี มีสติสมบูรณ์ทุกอย่าง พูดถึงเรื่องการล่วงรู้นี้หลวงปู่ท่านรู้ แต่จะพูดหรือไม่เท่านั้นเอง กับผู้เขียนท่านเคยบอกผมว่า เพราะบุพเพในอดีตทำให้ผมได้มาพบกับท่านในชาตินี้นั่นเอง

มีนักนิยมพระเครื่องหลายๆ ท่านถามผมว่า ควรเก็บพระเครื่องหลวงปู่รุ่นใด ก็ขอตอบว่าทุกรุ่นที่ผ่านการอธิษฐานจิตล้วนมีอภินิหารใช้คุ้มตัวได้ แต่ที่หายากและในอนาคตจะต้องเช่าหาในราคาแพงนั้น ผมว่ามีอยู่สามรุ่น ด้วยจำนวนสร้างน้อยมากๆ และมีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์นั่นเอง

ชุดที่นำเสนออยู่นี้มีภาพโปสเตอร์ กระดาษยันต์ เหรียญรุ่นแรก พระขุนแผน เข็มกลัด ครบชุดครบเซตสุดคุ้มครับ








วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567

พระรูปเหมือนพิมพ์พระรอด ปี 2515 เนื้อดินเผา ครูบาพรหมาจักร วัดพระบาทตากผ้า

พระรูปเหมือนพิมพ์พระรอด ปี 2515 เนื้อดินเผา ครูบาพรหมาจักร วัดพระบาทตากผ้า 


พระสุพรหมยานเถร หรือ ครูบาพรหมา เดิมชื่อ พรหมา พิมสาร ฉายา พฺรหฺมจกฺโก เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2441 ณ บ้านป่าแพ่ง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นบุตรของพ่อเป็ง และแม่บัวถา มีพี่น้องทั้งหมด 13 คน บิดามารดาของท่านเป็นผู้มีฐานะ มีอาชีพทำนา ทำสวน ประกอบสัมมาอาชีวะ ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มีความขยันขันแข็ง มีจิตใจหนักแน่นในกุศลธรรม รักษาอุโบสถศีลทุกวันพระ ในบั้นปลายชีวิตบิดาของท่านได้ออกบวช เป็นที่รู้จักกันในนามของครูบาพ่อเป็ง โพธิโก มารดาของท่านได้นุ่งขาวรักษาอุโบสถศีลจนถึงแก่กรรม สำหรับพี่น้องของท่านที่ได้ออกบวชในพระพุทธศาสนา จนมีชื่อเสียงได้แก่ พระสุธรรมยานเถร (อินถา อินฺทจกฺโก) วัดน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพี่ชาย และพระครูสุนทรคัมภีรญาณ (คำ คมฺภีโร) วัดดอยน้อย จังหวัดเชียงใหม่) ซึ่งเป็นน้องชาย

ในขณะเยาว์วัยครูบาพรหมาได้รับการศึกษาอักษรล้านนาและไทยกลางที่บ้านจากพี่ชายที่ได้บวชเรียนแล้วสึกออกไป เมื่อท่านได้บรรพชาแล้วจึงได้ท่องจำบทสวดมนต์ และเข้าโรงเรียนประชาบาลจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เมื่ออุปสมบทแล้วจึงได้ศึกษานักธรรมด้วยตนเอง ในปี พ.ศ. 2462 ทางการคณะสงฆ์ได้จัดสอบนักธรรมสนามหลวงขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยพระมหานายกเป็นผู้นำข้อสอบมาสอบยังวัดพระเชตุพน ในครั้งนั้นมีพระภิกษุเข้าสอบจำนวน 100 รูป ผลการสอบปรากฏว่ามีพระภิกษุที่สอบผ่านจำนวน 2 รูป คือ ครูบาพรหมา และพระทองคำ วัดเชตุพน จังหวัดเชียงใหม่ นับว่าครูบาพรหมาเป็นพระรูปแรกของจังหวัดลำพูนที่สอบนักธรรมได้

ภายหลังจากสอบนักธรรมได้แล้ว ท่านได้พยายามหาความรู้ด้านการปฏิบัตธรรมจากครูบาอาจารย์หลายรูป อาทิ พระครูพิทักษ์พลธรรม (ครูบาหวัน มหาวโน) พระสุธรรมยานเถร (ครูบาอินทรจักรรักษา) ผู้เป็นพระพี่ชาย ครูบาแสน ญาณวุฑฒิ วัดหนองเงือก ครูบาบุญมา ปารมี วัดกอม่วง เป็นต้น


เมื่อครูบาพรหมาอายุได้ 24 ปี บวชได้ 4 พรรษา ท่านได้ออกธุดงค์ โดยครั้งแรกไปจำพรรษา ณ ดอยน้อย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นท่านได้ธุดงค์ไปในสถานที่ด่างๆ ทั่วภาคเหนือ และประเทศพม่า และได้จำพรรษาในเขตพม่าเป็นเวาถึง 5 ปี ท่านได้จาริกธุดงค์ถึง 20 พรรษา โดยถือธุดงควัตร อยู่ป่าเป็นวัตร ออกบิณฑบาตเป็นกิจวัตร ฉันภัตตาหารมื้อเดียว นุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ท่านเพียรพยายามอดทนด้วยวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดที่สุด

ภายหลังจากธุดงค์เป็นเวลานาน ท่านจึงได้กลับมาจำพรรษาที่วัดหนองเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นเวลา 4 พรรษา หลังจากนั้นได้มาจำพรรษา ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า 1 พรรษา อยู่วัดม่อนมะหิน 2 พรรษา ก่อนจะย้ายกลับไปจำพรรษาอยู่วัดป่าหนองเจดีย์อีก 2 พรรษา ถึงแม้ว่าในช่วงปัจฉิมวัยครูบาพรหมาจะได้จำพรรษาเป็นประจำ ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้าแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่ทิ้งธุดงควัตร หากโอกาสเหมาะท่านก็จะพาพระเณรออกธุดงค์เป็นประจำ

ครูบาพรหมาได้บำเพ็ญสมณธรรมจนย่างเข้าสู่วัยชรา และได้เกิดอาการอาพาธ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ก่อนที่ท่านจะละสังขาร ท่านได้ตื่นจากการจำวัดแต่เช้า และปฏิบัติธรรมตามกิจวัตร เมื่อถึงเวลาท่านลุกนั่งสมาธิ และได้มรณภาพในท่านั่งสมาธิภาวนาในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2527 คณะศิษยานุศิษย์ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 3 ปี ก่อนจะได้รับพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2531 ณ เมรุชั่วคราว บริเวณหน้าวัดพระพุทธบาทตากผ้า ภายหลังจากพระราชทานเพลิงศพแล้ว อัฐิของท่านได้แปรเป็นพระธาตุมีวรรณะสีต่าง ๆ ซึ่งสร้างความปิติโสมนัสแก่บรรดาศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง


พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15 เป็นพระดีน่าบูชา สร้างด้วยเนื้อดินมีหลากหลายสีวรรณะตามความร้อนที่เผา ด้านหลังบางองค์จะมียันต์ หรือ ไม่มียันต์ มีอุดหลายแบบ ทั้ง อุดครั่ง อุดเทียนชัย ขี้ผึ้ง อุดผงขาว หรือแบบหลังเรียบ และ มีจาร ชุดนี้คัดสวยงาม เป็นพระดีของเมืองลำพูนที่ราคายังบอกได้ว่าเก็บได้ สวยคุ้มค่าครับ มีหลายองค์หลายสีความนิยมบูชาจะมีความต่างกันขึ้นอยู่กับสี 


พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15
พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15







พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15
พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15

พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15

พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15

พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15

พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15
พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15

พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15
พระรูปเหมือนครูบาพรหมาจักรเนื้อดินปี15